fbpx

รักษาเบาหวานอย่างไร ให้ห่างไกลแผลติดเชื้อ?

โรคเบาหวาน หรือ Diabetes mellitus เป็นโรคที่เป็นปัญหาของคนทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่คนไทยอย่างเราๆ โดยโรคเรื้อรังชนิดนี้ เกิดจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าจะควบคุมได้ และส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา เช่น เนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ อักเสบเสียหาย ปลายประสาทถูกทำลาย หรือเกิดแผลติดเชื้อรุนแรง ซึ่งเป็นอาการที่เจอได้บ่อยและอันตรายมาก การรักษาเบาหวานจึงค่อนข้างมีความซับซ้อนสูง เพราะนอกจากจะต้องควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติแล้ว ยังต้องคอยระวังหรือบำบัดภาวะอื่นๆ อย่างการรักษาแผลสด แผลกดทับ ในผู้ป่วยไม่ให้ลุกลามด้วย

รักษาเบาหวานอย่างไร ให้ห่างไกลแผลติดเชื้อ​

แผลเบาหวานเกิดจากอะไร?

บาดแผลเรื้อรังที่เป็นแล้วไม่ค่อยหายหรือหายช้ามาก เป็นอาการหนึ่งที่พบได้บ่อยๆ ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในคนที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้ หรือคนที่ป่วยเป็นเบาหวานมานานหลายปี และจุดที่พบแผลได้บ่อยที่สุดก็คือจุดศูนย์รวมปลายประสาท อย่างเท้า ฝ่าเท้า และนิ้วเท้านั่นเอง

สาเหตุที่ผู้ป่วยหลายคนเกิดแผลในลักษณะนี้ เนื่องจากระบบเผาผลาญที่ผิดปกติทำให้ไขมันที่ไม่ย่อยสลายไปจับตามหลอดเลือด หลอดเลือดจึงแข็งตัวและตีบตันลง ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้เพียงพอ โดยเฉพาะในบริเวณปลายเท้า เมื่อเนื้อเยื่อดังกล่าวขาดออกซิเจน ก็จะส่งผลให้เกิดเนื้อเยื่อตายและกลายเป็นบาดแผลเรื้อรังตามมาได้

นอกจากนี้ ปลายประสาทของผู้ป่วยเบาหวานก็อาจถูกทำลายจนเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ผู้ป่วยรับความรู้สึกได้น้อยลงหรือเกิดอาการชาตามปลายมือปลายเท้า พอมือและเท้าโดนขีดข่วน โดนของมีคมบาด หรือถูกอะไรทิ่มตำ ก็มักไม่รู้สึกเจ็บและปล่อยให้เป็นแผลเลือดไหลโดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้บางครั้งพอมารู้อีกทีแผลก็ติดเชื้อลุกลามไปมากแล้ว และไม่สามารถรักษาให้หายได้ง่ายๆ ตามปกติ อีกทั้งในผู้ป่วยบางคน เส้นประสาทสั่งการก็อาจเกิดความเสียหายไปด้วย ทำให้เท้ามีการบิดงอผิดรูปอย่างควบคุมไม่ได้ บวกกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจากโรค ก็ยิ่งทำให้ผิวบริเวณเท้าถูกกดทับจนกลายเป็นแผลสดขึ้นมาได้เช่นกัน

ใครเสี่ยงต่อการเป็นแผลเบาหวาน?

คนที่มีโอกาสเกิดแผลเบาหวานอย่างที่ว่ามาได้ ก็คือผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานเรื้อรังมานานกว่า 5 ปีขึ้นไป ยิ่งเป็นเบาหวานนานโอกาสเกิดแผลก็จะยิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ค่อยได้ รวมทั้งมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน สูบบุหรี่เป็นประจำ มีอายุมาก หรือเป็นคนที่เคยเกิดแผลกดทับที่เท้า และเคยถูกตัดนิ้วเท้าเพราะเนื้อเยื่อตายมาก่อน

ทำไมแผลเบาหวานถึงอันตราย?

สาเหตุที่แผลเบาหวานอันตรายและน่ากลัวกว่าแผลสดทั่วๆ ไป เนื่องจากแผลลักษณะนี้มักจะเป็นแบบเรื้อรัง รักษายาก หรือบางครั้งก็รักษาไม่หาย เพราะหลอดเลือดที่แข็งและอุดตันไม่สามารถขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้อีก นอกจากนี้ แผลเบาหวานยังมีโอกาสลุกลามอย่างรวดเร็วจนมีขนาดใหญ่ขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วย ยิ่งถ้าไม่รีบหาทางรักษาหรือผู้ป่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้ แผลก็ยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เกิดเนื้อเยื่อตายถาวร และมีโอกาสสูงมากที่จะต้องตัดนิ้วเท้าทิ้ง หรือแม้แต่ตัดทั้งขาออกไปเลยก็มี

แผลเบาหวานป้องกันและรักษาได้อย่างไรบ้าง

แผลเบาหวานป้องกันและรักษาได้อย่างไรบ้าง?

การรักษาแผลสด แผลกดทับ ที่เป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน จะต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมน้ำตาลในเลือด และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้แผลลุกลามหรือมีการติดเชื้อรุนแรงขึ้นอีก ก็ได้แก่

  • ทานยารักษาเบาหวานตามที่แพทย์สั่ง เพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด เมื่อระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ปกติ ความเสี่ยงที่จะเกิดหลอดเลือดตีบ เส้นประสาทเสื่อม หรือเท้าบิดงอผิดรูป ก็จะลดลงตามไปด้วย
  • ดูแลแผลเบาหวานเหมือนกับบาดแผลทั่วๆ ไป คือหมั่นดูแลความสะอาด ทายารักษาแผลสด ทายาฆ่าเชื้อ และระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ ตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
  • บริเวณแผลเบาหวานมักขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง จึงอาจจำเป็นต้องบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง หรือ Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) โดยให้ผู้ป่วยนอนอยู่ในห้องที่มีความดันภายในสูง (Hyperbaric chamber) แล้วหายใจเอาออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไป วิธีนี้จะทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเราได้มากกว่าปกติ และช่วยให้ออกซิเจนในเลือดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงช่วยรักษาบาดแผลเนื้อเยื่อตายที่เกิดจากการขาดออกซิเจนได้
  • ในกรณีที่คนป่วยเบาหวานเกิดหลอดเลือดตีบ และไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้ ก็อาจต้องรักษาด้วยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดสามารถไหลผ่านไปเลี้ยงบริเวณที่มีบาดแผลเรื้อรังได้
ส่วนแนวทางการป้องกันแผลเบาหวาน

ส่วนแนวทางการป้องกันแผลเบาหวาน หรือประคับประคองอาการไม่ให้บาดแผลรุนแรงขึ้น เราสามารถทำได้ดังนี้

  • หมั่นทำความสะอาดเท้าและตัดเล็บให้สั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เล็บเท้าไปขีดข่วนผิวหนังจนเป็นแผล รวมถึงควรสวมถุงเท้าและรองเท้าที่สะอาดเพื่อปกป้องเท้าอยู่เสมอ หากผู้ป่วยเริ่มมีภาวะเท้าบิดงอ ก็ควรเปลี่ยนรองเท้าใหม่หรือตัดรองเท้าให้พอดีกับรูปเท้าด้วย
  • พยายามควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้บริเวณเท้าเกิดแรงกดทับมากเกินไป รวมถึงให้หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อย่างการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ด้วย
  • ทาโลชันที่เท้าเพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้น เพราะเท้าที่ผิวแห้ง แตก ลอก หรือมีผิวหนังหนาเป็นก้อนแข็ง ก็มีโอกาสจะเกิดบาดแผลได้มากกว่า หรือเราอาจเลือกใช้ครีมที่ผสมสมุนไพร อย่างตี้หวี้ สูตี้
  • หวาง ซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงการไหลเวียนเลือด และมีฤทธิ์เป็นยารักษาเบาหวานโดยเฉพาะร่วมด้วยก็ได้

ทั้งนี้ ข้อสำคัญในการหลีกเลี่ยงแผลเบาหวาน คือต้องพยายามควบคุมน้ำตาลและอาการของโรคตามที่คุณหมอแนะนำ รวมทั้งหมั่นสังเกตว่าบริเวณขาและเท้ามีแผลหรือไม่ แนวทางการรักษาและป้องกันแผลเบาหวานที่ได้ผลดีโดยตัวยาทาแผลจากสมุนไพรก็สามารถทำให้แผลของคุณดีขึ้น ลดโอกาสการเกิดเนื้อตายได้ หากมีปัญหาสามารถปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ทางเรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา เพื่อให้การดูแลแผลเบาหวานเป็นไปได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง